การเลือกขนส่งไม่ควรดูเพียงแค่ “ราคาถูกที่สุด” เพราะพัสดุแต่ละประเภทมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ทั้งน้ำหนัก ขนาด พื้นที่ปลายทาง ระยะเวลาจัดส่ง และบริการเสริม เช่น เก็บเงินปลายทาง หรือบริการเข้ารับพัสดุ
1. เริ่มจากประเภทและขนาดของสินค้า
สินค้าขนาดเล็ก สินค้าทั่วไป พัสดุขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อาจเหมาะกับบริการขนส่งคนละรูปแบบ ก่อนเลือกขนส่งควรตรวจสอบทั้งน้ำหนักจริง ขนาดกล่อง และเกณฑ์การคิดค่าบริการของแต่ละขนส่งให้ชัดเจน
2. ดูพื้นที่ปลายทางและระยะเวลาจัดส่ง
พื้นที่กรุงเทพฯ ต่างจังหวัด พื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่พิเศษ อาจมีค่าบริการและระยะเวลาจัดส่งแตกต่างกัน หากร้านมีลูกค้ากระจายหลายพื้นที่ การมีตัวเลือกขนส่งมากกว่าหนึ่งรายจะช่วยให้เลือกบริการได้เหมาะกับแต่ละออเดอร์มากขึ้น
3. พิจารณาบริการเก็บเงินปลายทางและบริการเสริม
ร้านค้าที่มีสัดส่วน COD ควรพิจารณาค่าธรรมเนียม ระยะเวลาการโอนเงินคืน และเงื่อนไขการตีกลับควบคู่กันไป เพราะต้นทุนรวมไม่ได้มีเพียงค่าขนส่งเที่ยวไปเท่านั้น
4. เปรียบเทียบต้นทุนรวม ไม่ใช่แค่ราคาเริ่มต้น
ควรดูทั้งค่าขนส่ง ค่าพื้นที่พิเศษ ค่าตีกลับ ค่าบริการ COD และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจริง เพื่อให้เห็นต้นทุนต่อออเดอร์อย่างครบถ้วน
อยากมีตัวเลือกขนส่งหลายรายในระบบเดียว?
Whale Fast ช่วยให้ธุรกิจเลือกใช้บริการขนส่งได้อย่างยืดหยุ่น และจัดการงานจัดส่งได้ง่ายขึ้น
ติดต่อทีมงานผ่าน LINE